ปาล์มน้ำมันมีกี่สายพันธุ์ ? พันธุ์อะไรบ้าง? แต่ละพันธุ์แตกต่างกันอย่างไร
สวัสดีครับ คุณผู้อ่านคงสงสัยว่าปาล์มน้ำมันที่เราเห็นๆกันอยู่ในทุกวันนี้ แท้จริงแล้ว ปาล์มน้ำมันมีกี่สายพันธุ์ มีพันธุ์อะไรบ้าง แล้วแต่ละพันธุ์มันแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ซีพีไอไฮบริดมีคำตอบครับ…หากพูดถึงพันธุ์ปาล์มน้ำมันนั้นแท้จริงแล้วมีหลากร้อยสายพันธุ์ แต่สำหรับพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เป็นที่นิยมกันโดยทั่วไปนั้น มักเป็นพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมแทบทั้งสิ้น โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 กลุ่ม (แยกจากลักษณะของผลปาล์ม) ดังนี้
1. ดูรา (DURA)

สายพันธุ์แม่ในตระกูล DURA ที่นิยมใช้เป็นแม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน เช่น สายพันธุ์แม่ Deli Dura , สายพันธุ์แม่ Dumpy Dura , สายพันธุ์แม่ African Dura เป็นต้น
มีจุดสังเกตพันธุ์คือ
– พันธุ์ดูราจะมีผลปาล์มที่เป็นกะหลามีความหนาที่ 2-8 มม.
– ผลปาล์มจะไม่มีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา
– มีชั้นเปลือกนอก ความหนาประมาณ 30-60% ของผลปาล์ม (เปลือกนอกบาง)
– แต่ละผลปาล์ม ให้เปอร์เซนต์น้ำมันที่ต่ำ
– ให้ปริมาณน้ำมันจากเปลือกนอกน้อย
– ปัจจุบันมักถูกใช้เป็นต้นแม่สำหรับปรับปรุงพันธุ์
มีจุดสังเกตพันธุ์คือ
– พันธุ์ดูราจะมีผลปาล์มที่เป็นกะหลามีความหนาที่ 2-8 มม.
– ผลปาล์มจะไม่มีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา
– มีชั้นเปลือกนอก ความหนาประมาณ 30-60% ของผลปาล์ม (เปลือกนอกบาง)
– แต่ละผลปาล์ม ให้เปอร์เซนต์น้ำมันที่ต่ำ
– ให้ปริมาณน้ำมันจากเปลือกนอกน้อย
– ปัจจุบันมักถูกใช้เป็นต้นแม่สำหรับปรับปรุงพันธุ์
2. พิสิเฟอรา (PISIFERA)
สายพันธุ์พ่อในตระกูล PISIFERA ที่นิยมใช้เป็นแม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน เช่น สายพันธุ์พ่อ AVROS , สายพันธุ์พ่อ La Me , สายพันธุ์พ่อ Ekona , สายพันธุ์พ่อ Yangambi เป็นต้น
มีจุดสังเกตพันธุ์คือ
– พันธุ์พิสิเฟอรา ลักษณะผลปาล์มจะไม่มีกะลา
– มีชั้นเปลือกนอกที่หนา
– ทะลายเล็ก ผลปาล์มมักฝ่อลีบ เนื่องจากสายพันธุ์นี้ในช่อดอกตัวเมียมักจะเป็นหมัน แต่ละต้นให้ผลผลิตต่อต้นต่ำมากจนถึงไม่มีผลผลิตเลย
– เปอร์เซนต์น้ำมันต่อผลปาล์มสูง
– ตัวลำต้นปาล์มใหญ่
– ไม่นิยมใช้ปลูกในทางการค้า
มีจุดสังเกตพันธุ์คือ
– พันธุ์พิสิเฟอรา ลักษณะผลปาล์มจะไม่มีกะลา
– มีชั้นเปลือกนอกที่หนา
– ทะลายเล็ก ผลปาล์มมักฝ่อลีบ เนื่องจากสายพันธุ์นี้ในช่อดอกตัวเมียมักจะเป็นหมัน แต่ละต้นให้ผลผลิตต่อต้นต่ำมากจนถึงไม่มีผลผลิตเลย
– เปอร์เซนต์น้ำมันต่อผลปาล์มสูง
– ตัวลำต้นปาล์มใหญ่
– ไม่นิยมใช้ปลูกในทางการค้า
3. เทเนอรา (TENERA)

คือพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม ที่เกือบทั้งหมด จะเป็นการผลิตเพื่อใช้ปลุกในทางการค้า
มีจุดสังเกตพันธุ์คือ
– พันธุ์เทเนอรา จะมีผลปาล์มที่เป็นกะหลามีความหนาที่ 0.5 – 4 มม.
– ผลปาล์มจะมีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา
– มีชั้นเปลือกนอก ความหนาประมาณ 60-90% ของผลปาล์ม
– ลักษณะของสายพันธุ์ พันธุ์เทเนอราจะเป็นพันธุ์ทาง (Heterozygous)(Sh+Sh-)
เนื่องจากเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างดูราและพิสิเฟอรา
– ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ
มีจุดสังเกตพันธุ์คือ
– พันธุ์เทเนอรา จะมีผลปาล์มที่เป็นกะหลามีความหนาที่ 0.5 – 4 มม.
– ผลปาล์มจะมีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา
– มีชั้นเปลือกนอก ความหนาประมาณ 60-90% ของผลปาล์ม
– ลักษณะของสายพันธุ์ พันธุ์เทเนอราจะเป็นพันธุ์ทาง (Heterozygous)(Sh+Sh-)
เนื่องจากเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างดูราและพิสิเฟอรา
– ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของพันธุ์ปาล์ม
ผลปาล์ม | ดูรา | ฟิสิเฟอรา | เทเนอรา |
| ขนาดเนื้อใน/ผลปาล์ม |
4-20 %
|
3-8 %
|
3-28 %
|
| ขนาดผลปาล์ม / ทะลาย |
60 %
|
มักเป็นหมัน
|
60 %
|
| ขนาดเปลือกนอก / ผลปาล์ม |
60-65 %
|
92-97 %
|
60-90 %
|
| ขนาดกะลา/ผลปาล์ม |
25-30 %
|
บางมาก
|
8-15 %
|
| ความหนากะลา (มม.) |
2-8
|
บางมาก
|
0.5-4
|
| เส้นใยรอบกะลา |
ไม่มี
|
มี
|
มี
|
| เปอร์เซนต์น้ำมัน/เปลือกนอก |
50 %
|
30 %
|
50 %
|
| เปอร์เซนต์น้ำมัน/ทะลาย |
18-19.5
|
25-30
|
22.5-25.5
|
จาก 3 ลักษณะพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า พันธุ์ดูรา และ พันธุ์พิสิเฟอรา แต่ละสายพันธุ์จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ซึ่งในการปลูกเชิงเศรษฐกิจนั้น ผู้ผลิตพันธุ์ปาล์มจะมีการนำคุณสมบัติของทั้ง 2 สายพันธุ์นี้มามาผสมกัน ดังเช่น พันธุ์ปาล์มน้ำมัน ซีพีไอ ไฮบริด ซึ่งคัดเลือกเอาแต่เฉพาะต้นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ที่ให้ผลผลิตที่ดีและสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่แล้ง(ปริมาณน้ำฝนประมาณ 1,500มล./ปี) นำมาปรับปรุงพันธุ์โดยนักปรับปรุงพันธุ์มืออาชีพ และผลิตภายใต้การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 อีกทั้งยังผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น